2005/Aug/14

นิทานจากประเทศเดนมาร์ค

มีชาวเดนมาร์คคนหนึ่งนอนหลับอยู่ที่บ้านในเวลากลางคืน
...........มีนางฟ้าลงมาหาเขา ชวนให้ไปเที่ยวสวรรค์กับนรก
เขาก็ตกลงไปด้วย

นางฟ้าพาไปที่ที่หนึ่ง แล้วบอกว่า ถึงนรกแล้ว
ที่นั่นป็นห้องใหญ่ ๆ มีโต๊ะยาวๆ บนโต๊ะมีอาหารที่ประณีตอร่อยมีคุณค่าทุกประเภท
...........มีคนนั่งอยู่หลายคนนางฟ้าก็บอกว่า นี่สัตว์นรก

คนเหล่านั้นนั่งมองอาหารที่น่ากินที่สุดในโลก
แต่ตัวเขาผอมเหลืองน่าสงสาร
.......... นางฟ้าบอกว่าที่นี่อนุญาตให้กินอาหารดี ๆได้
.................... แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามใช้มือหยิบ
ต้องใช้ช้อนที่ยาวหนึ่งเมตรตักอาการกินเท่านั้น
...............................เวลาจะใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากตัวเอง
คนที่นรกก็ตักไม่ถึงสักที
..........................................อาหารที่อร่อยหกลงบนพื้นเกือบหมด
เขาเลยมีความวุ่นวายเดือดร้อนมาก พยายามตักอาหารเท่าไรก็ไม่ถึงปาก
..........จึงผอมโซเพราะอดอาหาร
ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดอาหารที่อร่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ
......................แต่ไม่สามารถเอาเข้ามาถึงในปากของตนเองได้

นางฟ้าพาไปอีกห้องหนึ่งแล้ว บอกว่า ถึงสวรรค์แล้ว
........... ห้องที่สองนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับห้องแรกทุกประการ
มีโต๊ะอาหารยาว ๆ อาหารประณีตหลาย ๆ อย่างเหมือนกันกับห้องนรก
............มีเก้าอี้รอบ มีคนนั่งอยู่หลายคน นางฟ้าบอกว่า
นี่เทวดาบนสวรรค์

..................แต่แปลกที่คนบนสวรรค์นั้นยิ้มแย้มแจ่มใสอ้วนท้วนสมบูรณ์สบาย
......................... ดูว่าเขากินอาหาร อย่างไร
ทั้งๆที่เขาก็ต้องใช้ช้อนยาวหนึ่งเมตรเหมือนกับที่นรก
.......เอ...ทำไมมันไม่เหมือนที่นรก?
ทำไมคนที่นี่สนุกสนานแจ่มใสร่าเริง แข็งแรง

พอดูดี ๆ อ้อ! เห็นวิธีของชาวสวรรค์
............คือคนข้างหนึ่งของโต๊ะ เขาตักอาหารด้วยช้อนยาว ๆ
เอาไปป้อนใส่ปากของคนตรงข้าม
.....................คนอีกข้างก็ตักอาหารมาใส่ปากของคนข้างนี้
ก็เลยได้กินกันทุกคน อยู่อย่างสุขสบาย
สรุปว่า ที่นรกนั้น..... คนคิดแต่จะได้อย่างเดียว
คิดแต่เรื่องความสุขของตัวเอง
..................คิดแต่ว่าเราจะได้อาหาร ได้สิ่งที่เราชอบ
โดยไม่คิดถึงคนอื่น

แต่ที่สวรรค์นั้น..... มีการช่วยเหลือกัน มีความรักสามัคคีกัน
.........................คำนึงถึงความสุขของคนอื่นด้วย
จึงก็ได้รับความสุขทั่วถึงกันทุกคน ..........................

ลองมาเปรียบเทียบดูกะตัวคุณนะคะ [ อีกละ - -^ ]

ว่าเพื่อนๆ อยากเป็น "สัตว์นรก" หรือ "เทวดาสวรรค์"

. . . . หึหึ . . . .

~บอกรักวันละคำ~

ภูมิใจเสนอ ! Russian: Ya tebya liubliu

บอกกับคนที่คุณรัก และ ห่วงใยมากที่สุดนะคะ ^o^~!!

อย่าลืมบอกรักแม่ของคุณด้วย !!

-Ps.- วันเสาร์ - อาทิตย์ ไม่คุ้มค่าเช่นเคย TT_____TT

-Ps.2- มีเกมส์อารายน่าเล่นมั่งเนี่ย ไอดีเกาหลีสมัครมะด้ายเรย !!!

-Ps.3- พ่อจ๋า กลับมาให้ทันก่อนวันพฤหัสนะ [ จะถามการบ้าน 55+ ]

-Ps.4- Ya Tebya Liubliu ~kira_yamato~ And Ya Tebya Liubliu Mom

2005/Aug/13

ผู้มีพระคุณ
... เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล...
"ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อยได้มั๊ยคะ"คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น
เมื่อห่อผ้าน้อย ๆอยู่ในอ้อมกอดเธอ
เธอค่อยๆคลี่ผ้าที่ห่อออกเพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ กรี๊ด ด ด ด....
เธอกรีดร้อง หมอต้องอุ้มเด็กออกไปอย่างรวดเร็ว
เด็กทารกที่เกิดมา....ไม่มีใบหู
และแล้ว ....กาลเวลาพิสูจน์ว่า....การได้ยินของเจ้าหนูไม่มีปัญหา
ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอกคือ....ใบหูที่หายไป
หลายครั้งที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียนแล้ววิ่งมาบอกแม่
....เธอรู้ว่าหัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน...
เจ้าหนูพูดโพล่งออกมาอย่างน่าเศร้า
"พวกเด็กตัวโต พวกมันล้อผมว่า "ไอ้ตัวประหลาด"
จนกระทั่ง... เจ้าหนูเติบโตขึ้นหล่อเหลา
เป็นที่รักของเพื่อน ๆ เค้ามีพรสวรรค์ในด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี และดนตรี เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น ...
แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น...ทำให้เค้าไม่อยากเจอใคร
"ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก"
แม่กล่าวด้วยความสงสารลูก
.....พ่อของเด็กชายปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
และได้รับข่าวดีจากหมอว่า..."ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้รับถ้ามีผู้บริจาค
แต่ใครล่ะจะเสียสละใบหูเพื่อเด็กน้อยคนนี้" คุณหมอกล่าว
จนกระทั่ง ...2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย
"ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ
พ่อกับแม่หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว...แต่นี่เป็นความลับ"
การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี
และแล้ว...คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น
....เค้ากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์...
เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน...ในวิทยาลัย
จนเป็นที่กล่าวขานกันรุ่นต่อรุ่น
ต่อมาได้แต่งงาน...และทำงานเป็นข้าราชการในสถานทูต
วันหนึ่งชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า
"พ่อครับใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา
ใครช่างให้ผมได้มากมายแต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเค้าได้เลยสักนิด"
"พ่อไม่เชื่อว่าลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอกเรื่องนี้..เป็นความลับ
เราตกลงกันแล้ว" พ่อตอบ
หลายปีผ่านไป....มันยังคงเป็นความลับ และแล้ว..วันนึง
วันที่มืดมิดที่สุดผ่านเข้ามา...ในชีวิตลูกชาย
แม่เค้าได้เสียชีวิตลง..
เค้ายืนข้างๆพ่อ...ใกล้หีบศพของแม่
พ่อเรียกเค้า
" มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ๆนี่..พ่อลูบผมแม่อย่างช้าๆ
และนุ่มนวล..ผมสีน้ำตาลแดงถูกเสยขึ้นจนมองเห็น
ใบหน้าที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ
...และแล้วสิ่งที่ทำให้ลูกชาย
ถึงกับต้องตะลึง.. ............ใบหูของแม่...หายไป
แม่ไม่มีใบหู..."นี่เป็นคำตอบที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต"...พ่อกระซิบผ่านลูกชาย

"แม่บอกพ่อว่าเธอดีใจที่ได้ทำอย่างนี้+ตั้งแต่วันผ่าตัด...เธอไม่เคยตัดผมอีกเลย ไม่มีใครมองเห็นว่าเธอไม่สวยจริงมั๊ย?

" จงจำไว้"สิ่งมีค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมองเห็น...หากแต่อยู่ที่สิ่งที่เรามองไม่เห็น > >

....ความรักที่แท้จริง....ไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้......หากแต่อยู่ที่สิ่งที่ เรากระทำแล้ว...ไม่มีใครรับรู้ ....

.....ความรัก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ......

............อ่านบทความนี้แล้วลองกลับมาคิด............

ถ้าพรุ่งนี้เราตายไปบริษัทสามารถหาคนมาแทนเราได้ภายในไม่กี่วัน
แต่ครอบครัวเราต้องสูญเสีย และคิดถึงเราไปตลอด
เราใช้ชีวิตกับการทำงานมากกว่าครอบครัวหรือเปล่า?
ถ้ามากกว่า...มันช่าง..เป็นการลงทุนที่ไม่ฉลาดเลยจริงๆ ..

ไปนอนค้างบ้านคุณยาย 1 วัน เลยมะได้มาอัพวันที่ 12 >.<~!!

กะจะอัพเดือนละ 15 วัน วันที่ 1 - 15 กลายเป็นต้องอัพวันที่1- 11,13 - 16 เยย ><!!

นอกเรื่องละ วันแม่นี้ เพื่อนๆทำอะไรให้คุณแม่รู้ยังคะ มันมะจำเป็นหรอกนะ เป็นเด็กดี กอด หอมแก้ม และ บอกรักแม่ทุกวัน

^o^~!! ทำให้ท่านมีความสุขนะคะ

~บอกรักวันละคำ~

ภูมิใจเสนอ !Mandarin Chinese : Wo ai ni

บอกกับคนที่คุณรักนะคะ ^o^~!!

ทำให้ผู้ให้กำเนิดของคุณมีความสุขทุกๆวันนะคะ ><!

-Ps.- โดนแม่บอกว่า ไม่อยากมีลูกแบบนี้ซะแล้ว . . .

-Ps.2- จะทำให้แม่เห็น ว่าลูกคนนี้ไม่ธรรมดา !!

-Ps.3- จะดูแลแม่ไปจนวันตายของลูก . . .

-Ps.4- Wo Ai Ni ~kira_yamato~ And Wo Ai Ni Mom [ รักแม่ค่ะ ]

2005/Aug/11

วันนี้เป็นสาระบั่นทอนปัญญา เกี่ยวกับ การเลี้ยง แม่ ใครที่เคยอ่านแล้ว ก็อ่านอีก ! ย้ำเข้าไป ให้มันติดลึกอยู่ในสมอง และตราตรึงในใจของคุณ ไปจนวันตายนะคะ . . . [ เวอร์ !! ]

คู่มือเลี้ยงแม่

แม่ เป็นภาระให้แก่ลูกทุกคนมาตั้งแต่เกิด นั่นเป็นความจริงที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็ลองคิดดูสิ ตั้งแต่เราเกิดมา ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย อยู่ดีๆผู้หญิงคนนี้ก็มาโอบอุ้ม ถูกเนื้อต้องตัวเรา มิวายที่เราจะแหกปากร้องไห้ ขับไล่ไสสงยายผู้หญิงคนนี้ขนาดไหน เธอก็พยายามปลอบโยน เห่กล่อมเราอยู่นั่นแหละ เป็นภาระให้เราต้องจำใจเงียบ ยอมนอนดูดนมเธออยู่จั่บๆๆ

พอเราเริ่มเตาะแตะ ตั้งไข่จะเดินไปไหนต่อไหนมั่ง คุณเธอก็ยังคอยเรียกหาเราอยู่นั่นแหละ

"มานี่มาลูก มานี่มา อีกนิดเดียวลูก อีกนิดเดียว อีกก้าวเดียว" ไม่รู้จะเรียกทำไมนักหนา ไอ้เราก็เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ เห็นมั้ย เป็นภาระที่เราต้องเดินไปให้เธอกอดอีก

โตขึ้นมาอีกนิด เราเริ่มกินอาหารได้ หล่อนก็เอาอะไรนักหนาไม่รู้ เละๆ เทะๆ มาบดให้เรากิน ไอ้เราจะไม่กินก็ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะน้อยใจ ก็เอาวะ เอาซะหน่อย เคี้ยวไปแจ่บๆ อย่างนั้นแหละ แม่คุณก็ยิ้มปลื้ม คงนึกว่าเราอร่อยตายล่ะมั้งนั่นน่ะ กล้วยบดนะจ๊ะ เธอจ๋า ในปากฉันตอนนี้น่ะ ถ้าคิดว่ามันอร่อยขนาดนั้น ทำไมไม่ลองทานเองดูบ้างล่ะ

ทีนี้พอเราเริ่มพูดจารู้เรื่องขึ้นมาหน่อย คราวนี้ยังไงล่ะ ผู้หญิงคนนี้กลับขับไล่ไสสงให้เราไปโรงเรียนซะอีก ไม่ไปก็ไม่ได้ด้วยนะ บางทีมีตีเราเข้าให้อีก ภาษาอะไรนักก็ไม่รู้ เอามาให้เราหัดอ่านหัดเรียนใช่มั้ย ลองคิดดูนะ สัปดาห์หนึ่งต้องไปโรงเรียนตั้งห้าวันน่ะ มันภาระหนักหนาแก่เราแค่ไหน

แต่พอถึงเวลาเราจะดูทีวี ดูหนังการ์ตูน นอนดึกขึ้นมาสักหน่อย ลองนึกย้อนไปสิ ใครกันเคี่ยว เข็ญให้เราไปนอนด้วย ตัวเองง่วงจะนอนคนเดียวก็ไม่ได้นะ ต้องบังคับให้เราไปนอนเป็นเพื่อนด้วย ใช่มั้ย ที่พูดนี่ไม่ใช่ลำเลิกหรอกนะ เพียงแค่อยากให้เห็นใจกันบ้างเท่านั้น

วันเวลาผ่านไป เราโตขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอมโตตามเราสักที ลูกอยากจะทำผมทำเผ้า แต่งเนื้อแต่งตัวให้มันดูอินเทรนด์ ดูทันสมัย ใคร ใครกันเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง พูดแล้วขนลุก ผู้หญิงคนนี้มีพัฒนาการไม่คืบหน้าไปไหนเลย ว่ามั้ย

พอเราสำเร็จ จบการศึกษาแล้วเป็นไง...เธอยังร้องไห้ครับ เชื่อเถอะว่าเธอต้องร้องไห้ ถ้าเราไม่เห็นก็ต้องแปลว่าเธอแอบร้องไห้ มีอย่างที่ไหน เราคร่ำเคร่งร่ำเรียนมาแทบตาย แล้วตัวเองแท้ๆที่เป็นคนเริ่มเรื่อง พอเราเรียนจบแทนที่จะดีใจดันมาร้องไห้ มีอย่างที่ไหน ดีนะที่เราเข้าใจ คู่มือการเลี้ยงแม่ ก็เลยทำใจได้ ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ขอไปฉลองการสำเร็จการศึกษากับพวกเพื่อนๆที่นอกบ้านก่อน ก็แหม เรียนจบทั้งที จะมาให้นั่งดูผู้หญิงแก่ๆ นั่งร้องไห้ทำไมล่ะ ใช่มั้ย

เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วนี่ คราวนี้ใครๆ ก็ต้องอยากมีแฟน คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็เรื่องมาก ผมยาวไปมั่งล่ะ ดูไม่มีความรับผิดชอบมั่งล่ะ...แม่ แม่จะไปรู้อะไร แม่เคยคบกับเขาเหรอ

ไม่ใช่แค่เรื่องคู่ครองเท่านั้นนะ แม่เขายังอยากรู้ไปจนถึงเรื่องอาชีพการงานด้วย ว่าเราจะไปทำอะไร อยากเป็นอะไร

แม่ครับ แม่ไม่รู้สักเรื่องจะได้มั้ย พวกเราจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา อนาคตของเรา ขอให้เราตัดสินมันเอง แต่เรารับรองกับแม่ได้อย่างหนึ่งว่า เราจะไม่เป็นเหมือนแม่หรอก...เชย

นับจากบรรทัดแรกจนมาถึงบรรทัดนี้ เวลาก็ผ่านไปหลายปีแล้ว สมควรที่พวกเราจะแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตนเองสักที ว่าแล้วเราก็ย้ายออกจากบ้านแม่ มายืนด้วยลำแข้งของตัวเอง อย่างที่แม่เคยพูดไง แล้วทำไมต้องมาทำตาละห้อยด้วยล่ะ วันที่เราย้ายออกมาน่ะ มันก็ไม่ได้ใกล้ มันก็ไม่ได้ไกลหรอกนะ ไอ้ที่ย้ายออกมาน่ะ แต่เวลามันรัดตัวจริงๆ ใช้โทร.คุยกันก็ได้นะแม่นะ

ถึงวันที่เรามีลูก แม่ยังพยายามอยากมาทำตัวเป็นภาระกับลูกเราด้วย เราบอกแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก เราดูแลลูกของเราได้ เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนกับสมัยแม่แล้วล่ะ

แม่อายุเกือบหกสิบปีแล้ว โทร.มาไอแค่กๆ บอกไม่ค่อยสบาย เราบอกแม่ว่าอย่าคิดมาก ในใจเรารู้อยู่แล้วว่าแม่พยายามเรียกร้องความสนใจ นั่นเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติของคุณแม่วัยนี้

จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโทร.กลับไปที่บ้านแม่ แต่...ไม่มีคนรับสายแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ แม่อาจจะออกไปทำบุญที่วัดตามประสาคนแก่ก็ได้ ลองโทร.เข้ามือถือแม่ดูซิ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก...

อย่าเพิ่งด่วนสรุป มือถือแม่อาจแบตหมดก็ได้ ผู้หญิงคนนี้กระดูกเหล็กจะตายไป เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ คิดฟุ้งซ่านไปได้ ยังไงแม่ก็ต้องรอเราอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ไปหาเมื่อไหร่ก็ต้องเจอ อย่างมากแกก็อาจจะงอนนิดๆ หน่อยๆ พอเห็นหลานตัวเล็กๆ วิ่งเข้าไปกอดก็ขี้คร้านจะอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้ง

หลายวันผ่านไป ทำไมแม่ยังไม่โทร.กลับมาอีกนะ ทำบุญตักบาตรก็ไม่น่าจะรอคิวนานขนาดนี้ ชาร์จแบตมือถือไม่เต็มก็เป็นไปไม่ได้ ต่อให้เป็นแบตเตอรี่รถสิบล้อป่านนี้ไฟทะลักแล้ว

วันนี้แวะไปหาแม่สักหน่อยดีกว่า ระหว่างทางที่คุณขับรถไป ลูกคุณซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ ประโยคมากมายที่หลุดจากปากคุณ ล้วนแต่เป็นคำที่แม่คุณเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น คุณเพิ่งได้สัมผัส ภาพเก่าๆมากมายที่ผู้หญิงคนนั้นทำวิ่งวนอยู่ในหัวคุณ ช่างเถอะ...เดี๋ยวเจอเธอแล้ว คุณจะสารภาพผิด แล้วทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น

แล้วคุณก็ได้เจอ คนที่คุณรู้สึกว่าคนที่เป็นภาระให้กับคุณมาตั้งแต่เกิด ...ผู้หญิงคนนั้น นอนตายในท่าที่คอยคุณมา

ตลอดชีวิต...

แง TTOTT บันจังขออนุญาตปล่อยโฮได้มั้ยคะ TTOTT อ่านกี่ที่ๆ ก็ซึ้ง รีบไปกอดแม่ดีกว่า จะได้รีบบอกแม่ว่า "บันรักแม่มากๆค่ะ ขอเงิน 100 นึงได้มั้ยคะ !" เอ๊ย = = ข้างหลังไม่เกี่ยว

ใครที่ยังมีมามี๊อยู่ข้างกาย รีบทำดีกับเธอ และรักเธอคนนั้นมากๆนะคะ ในฐานะ ที่เธอเป็นผู้ให้ชีวิต เป็นทุกๆสิ่งๆ ของคุณ ธนาคารเอย ร้านขนมเอย ที่ปรึกษาเอย ~ และ พระอรหันต์สูงที่สุดประจำบ้านของคุณ รีบทำดีกับเธอ ก่อนจะไม่มีโอกาส แล้วมันจะเป็นตราบาปของคุณตลอดไป . . .

~บอกรัก [ แม่ ] วันละคำ~

ภูมิใจเสนอ ! English : I Love You Or I Love Mom Very Much !!!

บอกกับคน [ แม่ ] ที่คุณรักนะคะ ^o^~!

[ คงไม่ต้องบอกความหมายหรอก ใครๆก็น่าจะรู้เนอะ ^^" ]

-Ps.- ใกล้ถึงวันแม่แย้วน้า >.<!!

-Ps.2- สมัคร ID Maple Story ได้แย้ว !

-Ps.3- กีฬาสีก็ยังลงมะด้าย เนื่องจากมะมีธง- -"

-Ps.4- I Love You ~kira_yamato~ And I Love Mom Very Much !!



`[B]unn[Y]
View full profile